ลดน้ำหนักยังไงให้ได้ผลจริง เริ่มจากอะไรก่อน
ลดน้ำหนักเกิดขึ้นเมื่อใช้พลังงานมากกว่าที่ได้รับ ไม่มีวิธีไหนข้ามข้อนี้ได้ · อัตราที่ยั่งยืนคือสัปดาห์ละ 0.5-1% ของน้ำหนักตัว ซึ่งมาจากการกินน้อยกว่าที่ใช้ราววันละ 300-500 แคลอรี่ · งานเปรียบเทียบสูตรอาหารพบว่าคีโตกับโลว์แฟตให้ผลใกล้เคียงกันเมื่อพลังงานเท่ากัน ตัวแปรที่ตัดสินคือทำต่อได้นานแค่ไหน ไม่ใช่เลือกสูตรไหน
คำถามที่ถามกันมากที่สุดคือ "กินอะไรถึงจะผอม" ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากเพราะมันไม่ใช่คำถามที่ถูก คำถามที่ถูกกว่าคือ "จะทำแบบไหนที่ยังทำอยู่ได้ในอีกหกเดือน"
ลดน้ำหนักต้องทำอะไรเป็นอย่างแรก
รู้ก่อนว่าตอนนี้กินเท่าไหร่จริงๆ ไม่ใช่รีบตัดอาหาร งานหลายชิ้นพบว่าคนประเมินปริมาณที่ตัวเองกินต่ำกว่าความจริงอย่างมีนัยสำคัญ และคนที่บอกว่า "กินน้อยแล้วยังไม่ลด" ส่วนใหญ่กำลังอยู่ในสถานการณ์นี้โดยไม่รู้ตัว
ชั่งและจดจริงสัก 3-4 วัน ไม่ต้องทำตลอดไป แค่ปรับเทียบสายตาใหม่ครั้งเดียวก็เปลี่ยนทุกอย่างที่ทำหลังจากนั้น
ควรลดสัปดาห์ละกี่กิโล
0.5-1% ของน้ำหนักตัวต่อสัปดาห์ คนหนัก 80 กิโล คือราว 0.4-0.8 กิโลต่อสัปดาห์ ซึ่งมาจากการกินน้อยกว่าที่ใช้ราววันละ 300-500 แคลอรี่
เร็วกว่านั้นได้ไหม ได้ แต่มีราคา งานของ Garthe (2011) ในนักกีฬาพบว่ากลุ่มที่ลดช้ากว่า (0.7% ต่อสัปดาห์) รักษามวลกล้ามเนื้อได้ดีกว่าและเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ขณะที่กลุ่มที่ลดเร็ว (1.4%) ไม่ได้ · น้ำหนักที่หายเร็วมักไม่ใช่ไขมันทั้งหมด
สูตรอาหารแบบไหนดีที่สุด
งานที่ตอบเรื่องนี้ได้ชัดที่สุดคือ DIETFITS (Gardner 2018) ที่ตามคน 609 คนนาน 12 เดือน เทียบโลว์คาร์บกับโลว์แฟต ผลคือลดได้ 6.0 กับ 5.3 กิโลกรัมตามลำดับ ซึ่งไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ · และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ทั้งยีนและระดับอินซูลินก็ทำนายไม่ได้ว่าใครควรใช้สูตรไหน
แต่ตัวเลขที่สำคัญที่สุดของงานนี้ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย · ในแต่ละกลุ่มมีคนที่ลดได้เกิน 20 กิโล และคนที่น้ำหนักขึ้นด้วย ความต่างอยู่ที่ตัวคน ไม่ใช่ที่สูตร
ทำไมลดไปสักพักแล้วช้าลง
สามอย่างเกิดพร้อมกัน ร่างกายที่เบาลงใช้พลังงานน้อยลงตามตัว · การเคลื่อนไหวที่ไม่ใช่การออกกำลังกายลดลงเองโดยไม่รู้ตัว เดินช้าลง ขยับน้อยลง · และปริมาณที่กินค่อยๆ คืบขึ้นเมื่อเลิกจดอย่างละเอียด
ทางแก้ไม่ใช่ตัดอาหารเพิ่มเป็นอย่างแรก แต่คือเช็กสามข้อนี้ก่อน
อะไรที่คนลดน้ำหนักสำเร็จทำเหมือนกัน
- กินโปรตีนพอ — ราว 1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ช่วยให้อิ่มและรักษากล้ามเนื้อไว้
- ฝึกแรงต้าน — เป็นสัญญาณที่บอกร่างกายว่ากล้ามเนื้อยังจำเป็น ระหว่างที่พลังงานขาด
- นอนพอ — นอนน้อยทำให้สัดส่วนที่หายไปเอียงไปทางกล้ามเนื้อ และทำให้หิวมากขึ้น
- ชั่งสม่ำเสมอและดูค่าเฉลี่ย — ไม่ใช่เพื่อตัดสินตัวเอง แต่เพื่อเห็นทิศทางก่อนที่มันจะสายเกินแก้
- วางแผนรับวันที่พลาด — คนที่ทำได้ยาวไม่ใช่คนที่ไม่เคยพลาด แต่เป็นคนที่กลับเข้าที่ได้ในวันถัดไป
อ่านแล้วได้อะไรกลับไปใช้จริง ดีกว่าอ่านจบแล้วจบกัน